สวนสมุนไพร 4.0
สวนสมุนไพร 4.0

    

    กลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดให้บริการทางการแพทย์แผนไทย โดยครอบคลุมการรักษาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ เวชกรรมไทย นวดไทย ผดุงครรภ์ไทย และเภสัชกรรมไทย และได้ดำเนินงานภายใต้นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่จะสนับสนุนให้นำศาสตร์การแพทย์แผนไทยมาใช้ในโรงพยาบาลของภาครัฐ เพื่อการส่งเสริมสุขภาพ รักษา และป้องกันโรค และด้วยเหตุนี้ทางกลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดทำโครงการสวนสมนุไพร 4.0 ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เนื่องด้วยปัจจุบันสมุนไพรไทยได้รับความสำคัญในการนำมาใช้ประโยชน์หลายด้าน เช่น ส่วนผสมในเครื่องสำอาง เครื่องเทศในอาหาร และนำมาเป็นยารักษาโรค ทางกลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจึงได้จัดทำโครงการ สวนสมุนไพร 4.0 ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และบริการวิชาการของบุคลากรภายในโรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ ผู้มารับบริการ และประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาศึกษาได้รับความรู้ และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และทราบถึงประโยชน์และสรรพคุณของสมุนไพร ตลอดจนการพัฒนาการใช้ประโยชน์ ทั้งนี้รวมไปถึงการนำสมุนไพรมาใช้เป็นยา และนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตยาเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มา รับบริการคลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์อีกด้วย

1. การบูร
2. ขมิ้นชัน
3. แคนา
4. ตะไคร้
5. ฝรั่ง
6. พลับพลึง
7. ไพล
8. มะกรูด
9. มะขามป้อม
10. มะตาด
11. ยอ
12. รวงผึ้ง
13. ว่านชักมดลูก
14. ว่านนางคำ
15. ว่านหางจระเข้
16. สมอไทย
17. หมากเหลือง
1. การบูร

ชื่อวิทยาศาสตร์ Cinnamomum camphora (L.) J. Presl.

ชื่อวงศ์            Lauraceae

ชื่อพื้นเมือง      อบเชยญวน พรมเส็ง

สรรพคุณ

ตำรายาไทย: มีรสร้อนปร่าเมา ใช้ทาถูนวดแก้ปวด แก้เคล็ดบวม ขัดยอก แพลง แก้รอยผิวหนังแตก แก้พิษแมลงต่อย และโรคผิวหนังเรื้อรัง เป็นยาระงับเชื้ออย่างอ่อน ขับเหงื่อ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ แก้ไข้หวัด และขับลม บำรุงธาตุ บำรุงกำหนัด บำรุงหัวใจ ใช้เป็นส่วนผสมในยาหอมต่างๆ เช่น ยาหอมเทพจิตร 

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา:  นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาต่างๆ โดยใช้ผลึกที่แทรกอยู่ในเนื้อไม้ของต้นการบูร ที่เกิดอยู่ทั่วไปทั้งต้น  มีลักษณะเป็นเกล็ดกลมเล็กๆ สีขาวแห้ง

2. ขมิ้นชัน

ชื่อวิทยาศาสตร์  Curcuma longa L.

ชื่อวงศ์           Zingiberaceae 

ชื่อพื้นเมือง      ขมิ้นแกง ขมิ้นหยวก ขี้มิ้น ตายอ สะยอ หมิ้น ขมิ้นหัว

สรรพคุณ

ตำรายาไทย: มีรสขม ฝาด  เฝื่อน  เผ็ดเล็กน้อย 

ใช้ภายใน ช่วยเจริญอาหาร ยาบำรุงธาตุ ฟอกเลือด แก้ท้องอืดเฟ้อ แน่น จุกเสียด แก้อาการวิงเวียน แก้หวัด แก้อาการชัก ลดไข้ ขับปัสสาวะ รักษาอาการท้องมาน แก้ไข้ผอมแห้ง แก้เสมหะและโลหิตเป็นพิษ
แก้ปวดฟัน เหงือกบวม มีฤทธิ์ระงับเชื้อ แก้ท้องเสีย แก้บิด

ใช้ภายนอก ช่วยลดอาการฟกช้ำบวม แก้ปวดข้อ สมานแผลสดและแผลถลอก แก้เคล็ดขัดยอก แก้น้ำกัดเท้า แก้ชันนะตุ แก้กลากเกลื้อน แก้โรคผิวหนังผื่นคัน สมานแผล รักษาฝี  แผลพุพอง  ลดอาการแพ้ อักเสบจากแมลงสัตว์กัดต่อย

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา

ใช้ภายใน(ยารับประทาน):
                - ยาแคปซูลที่มีผงเหง้าขมิ้นชันแห้ง 250 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 2-4 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน 

3. แคนา

ชื่อวิทยาศาสตร์  Dolichandrone serrulata

          ชื่อวงศ์           Bignoniaceae

          ชื่อพื้นเมือง      แคป่า แคยอดดำ แคยาว แคทราย แคขาว

สรรพคุณ        

          ตำรายาไทย : มีรสหวานเย็น ราก แก้เสมหะและลม บำรุงโลหิต เปลือกต้น แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ใช้กับสตรีหลังคลอด ใบ ใช้ตำพอกแผล หรือต้มน้ำบ้วนปาก ดอก ใช้ขับเสมหะ โลหิต และลม ขับผายลม เมล็ด แก้อาการปวดประสาท แก้โรคชัก

          รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา นิยมนำมาประกอบอาหาร

4. ตะไคร้

ชื่อวิทยาศาสตร์      Cymbopogon citratus (DC.) Stapf

ชื่อวงศ์                Graminae

ชื่อพื้นเมือง           จักไคร้ เยี่ยงเฮื้อ สิงไค คาหอม ไคร จะไคร หัวสิงไค เชิดเกย

สรรพคุณ

              ตำรายาไทย: ต้น รสหอมปร่า ขับลม ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อแน่นจุกเสียด  แก้อาการเกร็ง ขับเหงื่อ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ แก้อาการขัดเบา แก้นิ่ว แก้ปัสสาวะเป็นเลือด ทำให้เจริญอาหาร
ลดความดันโลหิต เหง้า แก้เบื่ออาหาร บำรุงไฟธาตุ แก้กระษัย ขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ
แก้ปัสสาวะขัด แก้ปัสสาวะพิการ แก้นิ่ว เป็นยารักษาเกลื้อน แก้ไข้หวัด ขับประจำเดือน ขับระดูขาว
ใช้ภายนอกทาแก้อาการปวดบวมตามข้อ

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา:

              รักษาอาการขัดเบา      

                      เหง้าและลำต้นสด หรือแห้ง 1 กำมือ หรือน้ำหนักสด  40-60  กรัม  แห้ง  20-30  กรัม  ทุบต้มกับน้ำพอควร แบ่งดื่ม  3  ครั้งๆ ละ 1 ถ้วยชา (75 มิลลิลิตร) ก่อนอาหาร หรือจะหั่นตะไคร้ คั่วด้วยไฟอ่อนๆ พอเหลือง ชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งไว้ 5-10 นาที ดื่มแต่น้ำ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ถ้วยชา
ก่อนอาหาร                     

              รักษาท้องอืดท้องเฟ้อแน่นจุกเสียด    

                      ใช้เหง้าและลำต้นสด 1 กำมือ น้ำหนัก 40-60 กรัม ทุบพอแตก ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว  5-10 นาที ดื่มแต่น้ำ ครั้งละ 1/2 แก้ว วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร     

5. ฝรั่ง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Psidium guajava L.

ชื่อวงศ์           Myrtaceae     

ชื่อพื้นเมือง      ย่าหมู ชมพู่ มะก้วย มะจีน มะมั่น ยะริง สีดา

สรรพคุณ

          ตำรายาไทย : ใบ มีรสฝาด แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน (ที่ไม่ใช่บิด หรืออหิวาตกโรค)  เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด แก้ฝี แก้เหงือกบวม ผลอ่อน แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน ระงับกลิ่นปาก แก้บิดมูกเลือด บำรุงเหงือกและฟัน ผลสุก ใช้รับประทานเป็นยาระบายได้ ราก แก้น้ำเหลืองเสีย เป็นฝี แผลพุพอง

     รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา :

     แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน

วิธีที่ 1 รับประทานสด

- ใช้ส่วนที่เป็นยอดอ่อน ค่อยๆเคี้ยวให้ละเอียดทีละน้อย ค่อยๆกลืน แล้วดื่มน้ำตาม หรือรับประทานผลดิบ ครั้งละ 1-2 ผล

วิธีที่ 2 ต้มดื่ม

- ใช้ใบเพสลาด 5-10 ใบ หรือเปลือกต้นสดๆ 1 ฝ่ามือ ใส่น้ำ 2 ถ้วยแก้ว ต้มเดือดนาน 5-30 นาที

เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ 1 แก้ว วันละ 2 ครั้ง รับประทานตามอาการหนักเบา

วิธีที่ 5 บดผงรับประทาน

- ใช้ผลฝรั่งที่เกือบแก่ หั่นเป็นแว่นบาง ๆ ตากแห้งบดเป็นผง รับประทานครั้งละ 1ช้อนชา โดยผสมน้ำ

     ใช้เป็นยาห้ามเลือด              

- ใช้ใบสดล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียดพอกแผลที่มีเลือดออก

ใช้ระงับกลิ่นปาก

          - ใช้ใบสด 3-5 ใบ เคี้ยวแล้วคายกากทิ้ง

6. พลับพลึง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Crinum asisticum L.

ชื่อวงศ์           Amaryllidaceae

ชื่อพื้นเมือง      พลับพลึงดอก ลินัว

สรรพคุณ

          ตำรายาไทย : ใบ ใช้รักษาอาการปวดเมื่อย กล้ามเนื้ออักเสบ คลายเส้น แก้อาการฟกช้ำปวดบวมได้ บำรุงกำลัง ขับเสมหะ เป็นยาระบาย ทำให้คลื่นเหียนอาเจียน รักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะและน้ำดีเมล็ด ขับเลือดประจำเดือน ราก ใช้พอกแผลก็ได้

          รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา : ใช้ใบสด 1-2 ใบ ล้างให้สะอาด นำไปย่างไฟให้สุกหอม แล้วนำมาประคบบริเวณที่มีอาการจนเย็น แล้วค่อยนำไปย่างไฟใหม่แล้วนำมาประคบอีก 3-5 รอบเป็นประจำ เช้า-เย็น

 

7. ไพล

ชื่อวิทยาศาสตร์  Zingiber cassumunar Roxb.

ชื่อวงศ์           Zingiberaceae

ชื่อพื้นเมือง      ปูลอย ปูเลย ปูขมิ้น มิ้นสะล่าง ว่านไฟ ว่านปอบ

สรรพคุณ

          ตำรายาไทย: เหง้า รสฝาดขื่นเอียน ขับโลหิตร้ายทั้งหลายให้ตกเสีย ขับระดูสตรี แก้ฟกช้ำ เคล็ดบวม ขับลมในลำไส้ ขับระดู ไล่แมลง แก้จุกเสียด รักษาโรคเหน็บชา แก้ปวดท้อง บิดเป็นมูกเลือด ช่วยสมานแผล สมานลำไส้ แก้ลำไส้อักเสบ แก้มุตกิดระดูขาว ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ปวดท้อง แก้ท้องผูก แก้อาเจียน แก้ปวดฟัน  แก้เคล็ดขัดยอก ข้อเท้าแพลง แก้โรคผิวหนัง แก้ฝี แก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ราก ขับโลหิต แก้ปวดท้อง ช่วยทำให้ประจำเดือนมาปกติ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ท้องผูก แก้โรคผิวหนัง แก้เคล็ดขัดยอก

          รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา :

          รักษาอาการเคล็ดขัดยอก ฟกช้ำบวม

          ใช้เหง้าไพล ประมาณ 1 เหง้า ตำแล้วคั้นเอาน้ำทาถูนวดบริเวณที่มีอาการ หรือตำให้ละเอียด ผสมเกลือเล็กน้อย คลุกเคล้า แล้วนำมาห่อเป็นลูกประคบ อังไอน้ำให้ความร้อน ประคบบริเวณปวดเมื่อย และบวมฟกช้ำ เช้า-เย็นจนกว่าจะหาย          

           รักษาโรคผิวหนังผื่นคัน

ใช้เหง้าบดทำเป็นผงผสมน้ำ หรือเหง้าสดล้างให้สะอาด ฝนน้ำทา

8. มะกรูด

ชื่อวิทยาศาสตร์      Citrus hystrix DC.

ชื่อวงศ์                Rutaceae       

ชื่อพื้นเมือง           มะขุน มะขูด ส้มกรูด ส้มมั่วผี มะหูด

สรรพคุณ

              ตำรายาไทย: ผิวมีรสปร่าหอมร้อน เป็นยาขับลมในลำไส้ ขับระดู ขับผายลม เป็นยาบำรุงหัวใจ ผล ช่วยขับระดู ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด น้ำมันจากผิวช่วยป้องกันรังแค และทำให้เส้นผมดกดำเป็นเงางาม ผลรสเปรี้ยว กัดเสมหะ แก้น้ำลายเหนียว กัดเถาดานในท้อง แก้ระดูเสีย ฟอกโลหิตระดู
ขับระดู ขับลมในลำไส้ น้ำผลมะกรูดมีรสเปรี้ยว แก้เสมหะในลำคอ แก้เลือดออกตามไรฟัน ฟอกโลหิตระดู ขับลมในลำไส้ แก้อาการท้องอืด ช่วยเจริญอาหาร ใช้สระผมกันรังแค ใบมะกรูดมีรสปร่าหอม แก้ไอ กัดเสมหะในคอ แก้น้ำลายเหนียว กัดเถาดานในท้อง แก้ระดูเสีย ฟอกโลหิตระดู ขับระดู ขับลมในลำไส้

              รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา :

              ขับลมในลำไส้ แก้เสมหะ

               ฝานผิวมะกรูดสดเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ช้อนแกง เติมการบูร หรือพิมเสน 1 หยิบมือ ชงด้วยน้ำเดือดแช่ทิ้งไว้ ดื่มแต่น้ำรับประทาน 1-2 ครั้ง ถ้ายังไม่ทุเลากินติดต่อกัน 2-3 วัน

สระผมให้ดกดำ เงางาม รักษาชันนะตุ 

               ให้ผ่ามะกรูดเป็น 2 ชิ้น เมื่อสระผมเสร็จแล้ว เอามะกรูดมาสระซ้ำโดยยีไปบนผม แล้วล้างเอาสมุนไพรออกให้หมด หรือใช้ผลเผาไฟ นำมาผ่าซีกใช้สระผม

9. มะขามป้อม

ชื่อวิทยาศาสตร์  Phyllanthus emblica L.

ชื่อวงศ์           Euphorbiaceae

ชื่อพื้นเมือง      กันโตด กำทวด มั่งลู่ สันยาส่า

สรรพคุณ

ตำรายาไทย:  รสเปรี้ยวฝาดขม เนื้อผล ขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ แก้ริดสีดวง แก้บิด แก้ท้องเสีย ช่วยย่อยอาหาร แก้ไข้เจือลม แก้ไอ แก้กระหายน้ำ ขับปัสสาวะ ระบายท้อง บำรุงหัวใจ ฟอกโลหิต

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา:

แก้ไอ ช่วยละลายเสมหะ

- ใช้เนื้อผลสด ครั้งละ 2-5 ผล โขลกพอแหลก แทรกเกลือเล็กน้อย อม หรือเคี้ยว วันละ 3-4 ครั้ง

- ผลสดฝนกับน้ำแทรกเกลือจิบบ่อยๆ หรือใช้ผลสดจิ้มเกลือรับประทาน

- ผลสดตำคั้นเอาน้ำดื่ม

10. มะตาด

ชื่อวิทยาศาสตร์  Dillenia indica L.

ชื่อวงศ์           Dilleniaceae   

ชื่อพื้นเมือง      ส้มปรุ ส้านกว้าง ส้านท่า ส้านใหญ่ ส้านป้าว แส้น

สรรพคุณ

          ตำรายาไทย : เปลือกและใบมีรสฝาด ใช้เป็นยาสมานแผลได้ดี ผลมะตาด ใช้เป็นยาระบาย แก้ปวดท้อง แก้ไอ ขับเสมหะ และถอนพิษไข้  รากมะตาด  เป็นยาถอนพิษจากแมลงกัดต่อย

          รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา : นิยมนำผลมาประกอบอาหาร

11. ยอ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Morinda citrifolia Linn.

ชื่อวงศ์           Rubiaceae     

ชื่อพื้นเมือง      มะตาเสือ แยใหญ่ ยอบ้าน

สรรพคุณ

          ตำรายาไทย: มีรสเผ็ดร้อน ผลช่วยขับลมในลำไส้ ขับผายลม บำรุงธาตุ ทำให้เจริญอาหาร ผสมในยาแก้สะอึก อมแก้เหงือกเปื่อย เหงือกบวม ขับระดูเสีย ขับเลือดลม ฟอกเลือด ขับน้ำคาวปลา แก้เสียงแหบแห้ง แก้ตัวเย็น แก้ร้อนในอก แก้กระษัย แก้อาเจียน 

          รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา:

ใช้ผลดิบหรือห่าม(ยังไม่สุก) ฝานเป็นชิ้นบางๆ  ย่างหรือคั่วไฟอ่อนๆ ให้เหลือง  ใช้ครั้งละ  2  กำมือ  น้ำหนักประมาณ  10-15  กรัม  ต้มหรือชงน้ำดื่มจิบแต่น้ำบ่อยๆ ขณะที่มีอาการ  ถ้าดื่มครั้งละมาก ๆ จะทำให้อาเจียน

12. รวงผึ้ง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Schoutenia glomerata King subsp.

ชื่อวงศ์           Malvaceae

ชื่อพื้นเมือง      น้ำผึ้ง สายน้ำผึ้ง ดอกน้ำผึ้ง

เป็นพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นของประเทศไทย พบเฉพาะที่ดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ บริเวณป่าดิบเขา ที่ระดับความสูงประมาณ 1,000 ม. ออกดอกและติดผลช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม นำมาปลูกเป็นไม้ประดับ ให้ทั้งรูปทรงและดอกสวยงาม

13. ว่านชักมดลูก

ชื่อวิทยาศาสตร์  Curcuma xanthorhiza

ชื่อวงศ์           Zingiberaceae 

ชื่อพื้นเมือง      ว่านพระยาหัวศัก ว่านการบูรเลือด ว่านทรหด ว่านกระชากมดลูก

สรรพคุณ

ตำรายาไทย : เหง้ามีรสร้อนเฝื่อน รักษาเลือดออกจากมดลูกหลังคลอด รักษามดลูกอักเสบ แก้ตับอักเสบ แก้ปวดท้อง ขับน้ำดี รักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดท้องระหว่างมีประจำเดือน ตกขาว ขับน้ำคาวปลา แก้ธาตุพิการอาหารไม่ย่อย แก้ริดสีดวงทวาร

     รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา:

ใช้เหง้าสดทุบให้แตกดองกับน้ำผึ้ง กินก่อนอาหารเช้าและก่อนนอน ช่วยให้มดลูกกระชับ เข้าอู่เร็ว ขับน้ำคาวปลา แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

14. ว่านนางคำ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Curcuma aromatica

ชื่อวงศ์           Zingiberaceae 

ชื่อพื้นเมือง      ไม่พบข้อมูล

สรรพคุณ

          ตำรายาไทย : เหง้ามีรสฝาด ใช้ทารักษาผดผื่น ภูมิแพ้ และช่วยลดอาการคัน รักษาโรคผิวหนัง ใช้ทาผิว ช่วยให้ผิวเต่งตึง ใช้สระผมช่วยรักษารังแค รักษาอาการคันศีรษะ

              รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา:

              นำเหง้ามาฝนให้ละเอียดผสมน้ำใช้ทาบริเวณที่มีอาการ หรือใช้สระผมร่วมกับแชมพู

15. ว่านหางจระเข้

ชื่อวิทยาศาสตร์  Aloe vera (Linn.) Burm. f.

ชื่อวงศ์           Aloaceae       

ชื่อพื้นเมือง      ว่านไฟไหม้ หางตะเข้

สรรพคุณ

          ตำรายาไทย : วุ้นใสจากใบสดรสจืดเย็น ใช้ภายนอกรักษาแผลไฟไหม้ แผลสด ลดการอักเสบร้อนแดงของผิวหนัง ลดรอยแผลเป็น ใช้ภายในรักษาโรคกระเพาะอาหาร บำรุงร่างกาย แก้ร้อนใน ดูดพิษร้อนภายในร่างกาย ลดระดับน้ำตาลในเลือด แก้อาการปวดตามข้อ น้ำยางสีเหลืองจากใบ เคี่ยวให้แห้งเรียกว่า “ยาดำ”  มีรสเบื่อ และเหม็นขม ใช้กินเป็นยาถ่ายยาระบายที่ออกฤทธิ์แรงมากควรใช้ในปริมาณที่น้อยมาก

              รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา:

              ใช้ภายนอก     

นำวุ้นใสจากใบมาพอกบริเวณที่มีอาการ หรือใช้น้ำคั้นจากวุ้นทา

              ใช้ภายใน       

  • นำวุ้นใสจากใบมารับประทานสด หรือนำมาทำเครื่องดื่ม ประกอบอาหาร
  • แก้อาการท้องผูก กรีดยางจากว่านหางจระเข้มาเคี่ยวให้งวด ทิ้งไว้ให้เย็นจะได้ก้อนสีดำ (เรียกว่า ยาดำ) ตักมาปลายช้อนชา เติมน้ำเดือด 1 ถ้วย คนให้ละลาย เด็กรับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา ผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 2 ช้อนชา ก่อนนอน
16. สมอไทย

ชื่อวิทยาศาสตร์  Terminalia chebula Retz.

ชื่อวงศ์           Combretaceae

ชื่อพื้นเมือง      สมอ ม่าแน่ สมออัพยา หมากแน่ะ มะน่ะ หมากนะ ส้มมอ

สรรพคุณ

          ตำรายาไทย : ผลรสเปรี้ยวฝาด เป็นยาระบายอ่อนๆ รู้ถ่ายรู้ปิดเอง (ระบายแล้วหยุดเอง) แก้ลมป่วง แก้พิษร้อนใน คุมธาตุ แก้ลมจุกเสียด แก้ไข้เพื่อเสมหะ ลดไข้ ขับลมในลำไส้ แก้โลหิตในท้อง แก้น้ำดี แก้ไอเจ็บคอ ขับน้ำเหลืองเสีย แก้อาเจียน บำรุงร่างกาย แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ แก้โรคท้องมาน แก้ตับม้ามโต

              รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา:

              ยาระบายถ่ายท้อง ใช้ผลอ่อน 5-6 ผล หรือ 30 กรัม ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว ใส่เกลือเล็กน้อย รับประทานครั้งเดียว จะถ่ายหลังให้ยาประมาณ 2 ชั่วโมง

17. หมากเหลือง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Dypsis lutescens

ชื่อวงศ์           Arecaceae

ชื่อพื้นเมือง      หมากเมีย ปีแน

สรรพคุณ

          ตำรายาไทย : เนื้อผลรสฝาด ผลอ่อน ช่วยเจริญอาหาร ขับเสมหะ แก้อาการคลื่นเหียน อาเจียน ผลดิบ แก้อาการท้องเสีย แก้ปวดแน่นท้อง ช่วยสมานแผล รักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน

              รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา:

          เนื้อผลนำมาบดทารักษาแผล ช่วยสมานแผลให้หายเร็ว และ ใช้ทารักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน